HSK 4 • บทที่ 16我想去旅行
HSK 4 • 提高篇บทที่ 16 / 24

我想去旅行

Wǒ xiǎng qù lǚxíng
ฉันอยากไปเที่ยว
รูปแบบที่ 1

至于 (zhìyú)

คำเชื่อม/คำบุพบท หมายถึง 'ส่วนในเรื่อง...', 'สำหรับ...' ใช้เพื่อเปิดประเด็นอีกด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะแตกต่างจากสิ่งที่พูดไปแล้วหรือยังไม่ได้ข้อสรุป

ตัวอย่าง
出去肯定是要出去,至于去什么地方还没想好。
Chūqu kěndìng shì yào chūqu, zhìyú qù shénme dìfang hái méi xiǎng hǎo.
เรื่องไปเที่ยวนั้นต้องไปแน่นอน ส่วนเรื่องจะไปที่ไหนนั้นยังคิดไม่ออก
学校帮你解决住宿,至于一日三餐,需要你自己解决。
Xuéxiào bāng nǐ jiějué zhùsù, zhìyú yí rì sān cān, xūyào nǐ zìjǐ jiějué.
โรงเรียนช่วยจัดการเรื่องที่พักให้คุณ ส่วนอาหารการกินวันละสามมื้อนั้น คุณต้องดูแลตัวเอง
รูปแบบที่ 2

一来(呢)……,二来(呢)……,三来(呢)……

โครงสร้างการแจกแจงในภาษาพูด หมายถึง 'ประการแรกก็คือ..., ประการที่สองก็คือ..., ประการที่สามก็คือ...' ใช้ระบุเหตุผลหรือข้อดีอย่างเป็นลำดับขั้นตอน

ตัวอย่าง
你最好八月份去新疆:一来呢,天气不冷不热;二来呢,正是瓜果收获季节;三来呢,风景最美。
Nǐ zuìhǎo bā yuèfèn qù Xīnjiāng: yīlái ne, tiānqì bù lěng bú rè; èrlái ne, zhèng shì guāguǒ shōuhuò jìjié; sānlái ne, fēngjǐng zuì měi.
คุณควรไปซินเจียงในเดือนสิงหาคมจะดีที่สุด: ประการแรก อากาศไม่หนาวไม่ร้อน ประการที่สอง เป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้พอดี และประการที่สาม ทัศนียภาพงดงามที่สุด
这次我回国,一来探望父母,二来考察一下国内的就业市场。
Zhè cì wǒ huíguó, yīlái tànwàng fùmǔ, èrlái kǎochá yíxià guónèi de jiùyè shìchǎng.
การกลับประเทศของฉันในครั้งนี้ ประการแรกคือเพื่อเยี่ยมเยียนพ่อแม่ ประการที่สองคือเพื่อสำรวจตลาดแรงงานในประเทศ
รูปแบบที่ 3

一片 (yí piàn)

วลีบอกจำนวนและลักษณะนาม ใช้บรรยายทัศนียภาพ ผืนแผ่น สีสัน หรือบรรยากาศที่แผ่กว้างสุดลูกหูลูกตา โครงสร้างคือ 'สถานที่ + 一片 + คำนาม/คำคุณศัพท์'

ตัวอย่าง
登上长白山山顶才发现,因为风雪太大,天池一片白色,什么也看不清。
Dēngshàng Chángbáishān shāndǐng cái fāxiàn, yīnwèi fēngxuě tài dà, Tiānchí yí piàn báisè, shénme yě kàn bu qīng.
เมื่อปีนขึ้นไปถึงยอดเขาฉางไป๋ซานถึงได้รู้ว่า ลมพายุหิมะพัดกระหน่ำจนทะเลสาบเทียนฉือขาวโพลนไปหมดทั้งแถบ มองอะไรไม่เห็นเลย
春天来了,公园的草坪上一片嫩绿,让人赏心悦目。
Chūntiān lái le, gōngyuán de cǎopíng shang yí piàn nènlǜ, ràng rén shǎngxīn-yuèmù.
ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนแล้ว บนสนามหญ้าในสวนสาธารณะเขียวขจีไปทั่วบริเวณ ชวนให้สบายตาสบายใจ
รูปแบบที่ 4

……得慌

คำเสริมท้ายในภาษาพูด วางหลังคำคุณศัพท์หรือคำกริยาพยางค์เดียว เพื่อแสดงถึงความรู้สึกทางกายหรือใจที่อึดอัด ทรมาน จนแทบทนไม่ไหว เช่น 闷得慌 (อึดอัด/เบื่อจะแย่), 饿得慌 (หิวจนไส้กิ่ว)

ตัวอย่าง
一个人坐十几个小时的长途火车,连个说话的人都没有,多闷得慌啊!
Yí ge rén zuò shí jǐ ge xiǎoshí de chángtú huǒchē, lián ge shuōhuà de rén dōu méiyǒu, duō mèn de huang a!
นั่งรถไฟทางไกลคนเดียวตั้งสิบกว่าชั่วโมง แม้แต่คนคุยด้วยสักคนก็ไม่มี ช่างน่าอึดอัดและน่าเบื่อจะตายไป!
为了赶进度我一整天没吃东西,现在肚子饿得慌,必须大吃一顿。
Wèile gǎn jìndù wǒ yì zhěng tiān méi chī dōngxi, xiànzài dùzi è de huang, bìxū dà chī yí dùn.
เพื่อเร่งทำงานให้ทัน ฉันไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน ตอนนี้หิวจนไส้จะขาด ต้องกินมื้อใหญ่ให้เต็มคราบสักมื้อ
รูปแบบที่ 5

多的是 (duō de shì)

วลีภาษาพูดทำหน้าที่เป็นภาคแสดง หมายถึง 'มีเยอะแยะไป', 'มีถมไป' แสดงว่าสิ่งนั้นหรือคนประเภทนั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล

ตัวอย่าง
要想找人聊天还不容易?旁边座位的旅客多的是!
Yào xiǎng zhǎo rén liáotiān hái bù róngyì? Pángbiān zuòwèi de lǚkè duō de shì!
ถ้าอยากจะหาเพื่อนคุยด้วยมันจะยากอะไรกัน? ผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ มีเยอะแยะถมเถไป!
你别发愁买不到参考书,我们校图书馆里关于人工智能的书多的是。
Nǐ bié fāchóu mǎi bu dào cānkǎoshū, wǒmen xiào túshūguǎn lǐ guānyú réngōng zhìnéng de shū duō de shì.
เธอไม่ต้องกังวลว่าจะหาซื้อหนังสืออ้างอิงไม่ได้หรอก ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยของเรามีหนังสือเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เยอะแยะไปหมด
รูปแบบที่ 6

那倒是 (nà dào shì)

สำนวนตอบรับในภาษาพูด หมายถึง 'นั่นก็จริงของเธอ', 'อันนั้นก็ถูก' แสดงการยอมรับและเห็นพ้องกับเหตุผลของอีกฝ่ายหลังจากได้รับฟังคำอธิบาย

ตัวอย่าง
A: 国庆节到处人山人海,我们不如推迟两周再去香山看红叶。 B: 那倒是,到时候枫叶也更红了。
A: Guóqìng jié dàochù rénshān-rénhǎi, wǒmen bùrú tuīchí liǎng zhōu zài qù Xiāngshān kàn hóngyè. B: Nà dào shì, dào shíhou fēngyè yě gèng hóng le.
A: ช่วงวันชาติคนแน่นขนัดทุกหนทุกแห่ง พวกเราเลื่อนไปดูใบไม้แดงที่เซียงซานช้าลงสักสองสัปดาห์ดีกว่าไหม B: นั่นก็จริงนะ ถึงตอนนั้นใบเมเปิลคงจะแดงสวยกว่านี้ด้วย
รูปแบบที่ 7

毕竟 (bìjìng)

คำวิเศษณ์ หมายถึง 'อย่างไรเสียก็...', 'ถึงอย่างไรก็...' ใช้สรุปเพื่อเน้นย้ำข้อเท็จจริงขั้นพื้นฐานหรือกฎเกณฑ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร

ตัวอย่าง
一个人独自旅行虽然潇洒自由,但遇到急事生病时,毕竟有点儿孤单无助。
Yí ge rén dúzì lǚxíng suīrán xiāosǎ zìyóu, dàn yù dào jíshì shēngbìng shí, bìjìng yǒudiǎnr gūdān wúzhù.
การไปเที่ยวคนเดียวแม้จะอิสระคล่องตัว แต่เมื่อยามเจ็บป่วยหรือมีเรื่องฉุกเฉิน อย่างไรเสียก็ย่อมรู้สึกโดดเดี่ยวและเคว้งคว้างอยู่บ้าง
尽管他表现得很成熟,但他毕竟只是个十四岁的少年。
Jǐnguǎn tā biǎoxiàn de hěn chéngshú, dàn tā bìjìng zhǐ shì ge shí-sì suì de shàonián.
แม้ว่าเขาจะแสดงออกอย่างเป็นผู้ใหญ่มากแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีเท่านั้น